รวมคำถามและคำตอบเกี่ยวกับการทำแท้ง

คำถาม : ยาสอดทำแท้งปลอดภัยหรือไม่ ?

คำตอบ : เป็นหนึ่งในวิธีการที่ปลอดภัยที่สุดในการแพทย์ตราบเท่าที่มีการดำเนินการอย่างปลอดภัยและเหมาะสม มีการใช้งานโดยคนนับแสนในสหรัฐอเมริกาตั้งแต่ปี 2000 และผู้หญิงนับล้านทั่วโลกมานานกว่า 20 ปี ไม่มีข้อบ่งชี้ว่ายาทำแท้งมีผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว คุณสามารถมีลูกได้อีกเมื่อพร้อม

คำถาม : สาเหตุใดบ้างที่ทำให้แท้งไม่สมบูรณ์

คำตอบ :

  1. นับอายุครรภ์ผิด การคำนวณหรือจำวันที่มีรอบเดือนครั้งสุดท้าย (LMP) ผิดอาจคำนวณอายุครรภ์น้อยกว่าความเป็นจริง การใช้โดสยาควรใช้ตามควรเหมาะสมในแต่ละอายุครรภ
  2. ข้อผิดพลาดระหว่างสอดยา เช่นยาเลื่อนหลุดหรือตำแหน่งสอดไม่ถูกต้อง ควรสอดยาในตำแหน่งที่ถูกต้องตามวิธีใช้
  3. คำนวณช่วงเวลาใช้ยาผิด การใช้ยา ru-486 และ misoprostol นั้นมีช่วงเวลาที่เหมาะสมที่กำหนดไว้ ไม่สามารถกินแล้วสอดก่อนหรือหลังระยะเวลาที่ระบุไว้นั้นอาจทำให้ไม่ได้ผล ควรวางแผนและคำนวณเวลาที่ใช้ยาก่อนเริ่มกินยาในครั้งแรก
  4. ผู้ใช้มักเกิดความกลัวไม่ยอมสอดยา เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุด ผู้ใช้มักจะหวังว่ากินยาเพื่อให้แท้งโดยไม่ต้องสอดยา ซึ่งในความเป็นจริงโอกาสที่จะแท้งหลังกินยา ru-486 โดยที่ไม่ใช้misoprostol นั้นเป็นไปได้น้อยมากเพียง2% เท่านั้

คำถาม : ยาสอดทำแท้งทำงานอย่างไร ?

คำตอบ : ยาเม็ดแรก mifepristone บล็อกฮอร์โมนที่จำเป็นสำหรับการตั้งครรภ์ที่จะเติบโต ยาเม็ดที่สอง misoprostol ช่วยกระตุ้นให้มดลูกของคุณเป็นตะคริวและมีเลือดออก เพื่อให้การตั้งครรภ์ออกจากร่างกายของคุณ

คำถาม : ยาสอดทำแท้งดีกว่าการขูดมดลูกยังไง ?

คำตอบ : ทำแท้งโดยใช้ยาดีกว่าการขูดมดลูกมีข้อดีดังต่อไปนี้

  1. ยาทำแท้งสามารถใช้ในช่วงแรกของการตั้งครรภ์ได้ดี
  2. ไม่ต้องผ่าตัดหรือดมยาสลบ (และใช้เวลาในการรักษาพยาบาลน้อยลง)
  3. มีความเป็นส่วนตัวไม่มีประวัติการทำแท้ง
  4. มีความเจ็บปวดน้อยกว่า
  5. รู้สึกเป็นธรรมชาติ เหมือนเป็นรอบเดือนปกติ

คำถาม : ใช้ยาสอดทำแท้งแบบกินโดยไม่ต้องใช้ยาสอดได้หรือไม่ ?

คำตอบ : หากอายุครรภ์น้อยกว่า 7 สัปดาห์คุณสามารถเลือกใช้ Mifepristone กินควบคู่กับ Misoprostol โดยอมใต้ลิ้นทุกๆ 4 ชั่วโมง ได้ไม่ต้องสอดMisoprostol ควรมั่นใจว่าอายุครรภ์ของคุณไม่เกิน 7 สัปดาห์หากเลือกใช้วิธีนี้

คำถาม : หลังสอดยาสอดไปแล้วจะเป็นอย่างไร?

คำตอบ : เป็นเรื่องยากที่ผู้ใช้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการใช้ยาครั้งแรกจะสังเกตหรือรู้ได้ในทันทีเมื่อมีเลือดออกหลังจากสอดยาว่าใช่เลือดที่เกิดการแท้งหรือไม่ เราจะมาบอกวิธีการสังเกตหรือข้อบ่งชี้ได้ว่าการใช้ยานั้นได้ประสบความสำเร็จแล้ว หลังการสอดยาจะแท้งหลังจากนั้นปกติไม่เกิน12 ชม ในอายุครรภ์1-2 เดือนยากที่จะดูออกว่าสิ่งที่ออกมานั้นแท้งสมบูรณ์หรือยังไม่เหมือนอายุครรภ์หลายเดือนที่มีตัวทารกออกมา บางครั้งเลือดที่ออกมาไม่ได้แท้งเสมอไปการตั้งครรภ์ยังดำเนินต่อไป ข้อสังเกตที่เราจะพูดถึงในอายุครรภ์1-2 เดือน คือ

  • มีก้อนเลือดลักษณะเป็นถุงๆ เหมือนเนื้อค่อนข้างเหนียวให้สังเกตุถุงรกภายในก้อนจะมีก้อนสีขาวเป็นขุยๆ
  • มีตัวอ่อน บาวกรณีอาจจะสังเกตุเห็นตัวอ่อนอยู่ในถุงตั้งครรภ์ใสๆ แต่ถุงนี้มีขนาดเล็กมากจนยากที่จะสังเกตุ เมื่อออกมากับก้อนเลือดแล้วมักแยกไม่ออก
  • อาการปวด หลังจากแท้งแล้วอาการปวดท้องบีบตัวของมดลูกจะหายไป และรู้สึกโล่งท้อง อย่างไรก็ดีหลังการแท้งแล้วควรตรวจการตั้งครรภ์อีกครั้งหลังใช้ยาไปแล้วอย่างน้อย 2 อาทิตย์

คำถาม : ใช้ยา Cytotec อย่างเดียวโดยไม่กินยา Mifepristone ได้หรือไม่ ?

คำตอบ : การใช้เฉพาะ Misoprostol อย่างเดียวมีประสิทธิภาพเพียง 45-80% เมื่อเทียบกับการใช้ Misoprostol คู่กับ Mifepristone แล้วกลับได้ผลดีกว่าถึง 90-98%

คำถาม : กินยาMifepristone (ru-486) ไปแล้วเปลี่ยนใจไม่ใช่ยาสอดได้ไหม ?

คำตอบ : พบได้ 3 กรณีเมื่อคุณยกเลิกการสอดยา

  1. คุณอาจแท้งหลังได้รับยา Mifepristone ไปเพียงเม็ดเดียว
  2. มีเลือดออกคล้ายประจำเดือนแต่ไม่แท้ง อาการนี้ก่ำกค่งระหว่างภาวะแท้งไม่สมบูรณ์หรือภาวะแท้งคุกคาม คุณอาจได้รับการรักษาโดยขูดมดลูก
  3. ไม่มีผลใดๆ การตั้งครรภ์ยังดำเนินต่อไป

คำถาม : ไม่ได้ตั้งครรภ์สามารถใช้ยาสอดทำแท้งได้หรือไม่ ?

คำตอบ : ถ้าคุณไม่ได้ตั้งครรภ์และคุณใช้ยาทำแท้งคุณอาจพบอาการตะคริวและผลข้างเคียงชั่วคราว แต่คุณจะไม่ได้รับการมีเลือดออก นี้จะไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพของคุณในทางใดทางหนึ่ง

คำถาม : จำกัดอายุของผู้ใช้หรือไม่ ?

คำตอบ : ขนาดยาที่แนะนำสำหรับยาทำแท้งไม่มีการเปลี่ยนแปลงตามอายุของคุณ การทำแท้งด้วยยามีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกันโดยไม่คำนึงถึงอายุของคุณไม่ว่าคุณจะอายุ 40 หรือ 14 ปีก็สามารถใช้ยาได้

คำถาม : ทดสอบการตั้งครรภ์หลังแท้งเมื่อไร ?

คำตอบ : HCG (ฮอร์โมนการตั้งครรภ์) อาจใช้เวลา 2 ถึง 4 สัปดาห์เพื่อไปยังระดับที่ไม่สามารถตรวจพบได้ ในช่วงเวลานี้การทดสอบการตั้งครรภ์อาจแสดงเป็นบวก หรือคุณอาจจะเลือกวิธีอัลตร้าซาวด์แทนได้หากมีความกังวล

คำถาม : สถานที่ทำแท้งสามารถทำได้ที่ไหนบ้าง ?

คำตอบ : ถ้าเป็นของ NGO และให้บริการเรื่องนี้ มีอยู่ 2 แห่ง คือ

  1. สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน เป็นของคุณมีชัย วีระไวทยะ อยู่ที่สุขุมวิท ซอย 12 เข้าซอยประมาณ 200เมตรอยู่ขวามือ เปิดให้บริการทุกวัน เวลาราชการโดยประมาณ รับทำ 1-3 เดือน ค่าบริการแบ่งเป็น ค่าตรวจ ultrasound 150 บาท และค่าทำ 1800 บาท รวม 1950 บาท ราคาเดียวไม่ได้ใช้ยาสลบ ให้ทานยาแก้ปวดก่อนทำ เนื่องจากผู้ใช้บริการค่อนข้างมาก และต้องการลดผลแทรกซ้อนจากการใช้ยาสลบ โดยใช้รูปแบบการให้การรักษาเหมือนที่ population council ที่ new york สหรัฐอเมริกา รับผิดชอบทั้งหมดถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นจากการทำ รับผิดชอบกรณีที่มีปัญหาหลังทำ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ในกรณีที่ท้องโตเกิน 3 เดือน เป็นนโยบายที่จะไม่ให้บริการ มีสาขาหลายแห่ง ในกรุงเทพมีที่สวนจตุจักรใกล้ตลาด อตก ตรวจ ultrasound เฉยๆแล้วส่งเข้าไปทำที่ศูนย์ใหญ่ที่สุขุมวิท 12 ต่างจังหวัด มีสาขาที่เชียงใหม่ เชียงราย โคราช
  2. สมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทย มีหลายสาขา ในกรุงเทพ สำนักงานใหญ่อยู่ที่ ถนนวิภาวดี ซอย 44 ที่สาขาสามเหลี่ยมดินแดง ที่สาขาปิ่นเกล้าอยู่ใกล้สพานที่จะข้ามไปศิริราช ปกติจะทำในท้องที่โตไม่เกิน 9 อาทิตย์ ค่าบริการ 2500-3500 บาท ไปถึงก็บอกเขาว่าจะมาปรึกษาเรื่องการวางแผนครอบครัว เดี๋ยวเขาก็จะแนะนำต่อให้เอง

คำถาม : จะแน่ใจได้อย่างไรว่าสอดยาสอดทำแท้งแล้วออกหมดแน่นอน ?

คำตอบ : การที่มีเลือดออกมาก ไม่ได้แปลว่าเรียบร้อยแล้ว ต้องเห็นเนื้อเยื่อสีขาวๆลักษณะเป็นถุง คล้ายๆ กระเพาะปลา เป็นขุยๆ รอบๆ หรืออาจเห็นตัวอ่อน (เกิน 9 wks) ถ้าไม่เห็น หรือไม่แน่ใจ หรือหล่นลงในโถ ขณะไปเข้าห้องน้ำ ก็ต้องตรวจ ultrasound ใน1-2 อาทิตย์ต่อมา เพื่อดูว่าถุงของการตั้งครรภ์ ยังอยู่หรือไม่ หรือเห็นหัวใจเด็ก ยังเต้นอยู่หรือเปล่า ถ้ายังมี การตั้งครรภ์นั้นอาจดำเนินต่อไปได้ ทั้งๆที่มีเลือดออก ถ้าไม่มี แต่ยังมีเลือดออกมาก ก็อาจเป็นการแท้งค้างหรือไม่ครบ ซึ่งการรักษา อาจใช้ยาcytotec ซ้ำ หรืออาจต้องขูดมดลูก อาการแพ้ท้อง ขึ้นอยู่กับว่า ยังท้องอยู่หรือไม่ หรือในบางกรณี ถ้ายังมีเนื้อเยื่อบางส่วน(chorionic villi)ที่ยังสร้าง ฮอร์โมน hcg ยังออกไม่หมด ก็จะยังแพ้ท้องอยู่และถ้า ตรวจปัสสาวะพบว่ายังตั้งครรภ์ ทั้งๆที่จริงออกไปแล้ว ประจำเดือน เดือนหน้าก็อาจไม่มา หรือ มาช้า แนะนำให้คุณไปตรวจ ultrasound ดูก่อน ถ้ายังตั้งครรภ์อยู่ หรือออกไม่หมด อาจต้องขูดมดลูก หรือใช้ยาซ้ำ(อาจต้องให้ยาอื่นร่วมด้วย เช่น RU486) จะเห็นว่าการใช้ยา ไม่ได้ง่ายอย่างที่หวังเลย โดยเฉพาะ ถ้าใช้ cytotec เพียงตัวเดียว ในท้อง 3 เดือนแรก (เนื่องจาก มดลูกจะไม่ค่อยrespond ต่อ prostaglandin มีการศึกษาว่าถ้าให้ RU 486 ไป sensitized มดลูกก่อน ผลจะดีกว่ามาก ผลข้างเคียงน้อยกว่า) เลือดจะออกมาก และนานกว่าปกติ ไม่ออก ออกไม่หมด อาการข้างเคียงของยา ปวดท้อง เป็นไข้+/-หนาวสั่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย อ่อนเพลีย แต่ก็อาจมีข้อดีตรงที่มีความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องไปเสี่ยงกับอันตรายจากเครื่องมือ และการวางยาสลบ